สรุปมาตรฐานการออกแบบห้องผ่าตัดโรงพยาบาล ฉบับเข้าใจง่าย
- Decco develop
- 21 ก.ค.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา

การออกแบบห้องผ่าตัดโรงพยาบาลต้องคำนึงถึงทั้งการใช้งาน ความปลอดภัย การควบคุมการติดเชื้อ และข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข ห้องผ่าตัดจำเป็นต้องมีองค์ประกอบและระบบต่าง ๆ ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้สามารถขอรับรองห้องผ่าตัดได้อย่างถูกต้อง ช่วยยืนยันคุณภาพ สุขอนามัย และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เข้ารับบริการ บทความนี้จึงรวบรวมหลักสำคัญที่ควรรู้ก่อนเริ่มออกแบบห้องผ่าตัดโรงพยาบาลให้รองรับการใช้งานจริงและสอดคล้องกับข้อกำหนดของสถานพยาบาล
ห้องผ่าตัดโรงพยาบาลมีกี่ประเภท มาตรฐานต่างกันอย่างไร
ตามเกณฑ์กฎหมายและมาตรฐานวิศวกรรมสถานพยาบาลของประเทศไทย ห้องผ่าตัดภายในโรงพยาบาลถูกจำแนกออกเป็น 2 ประเภทหลัก และ 1 ประเภทพิเศษ ดังนี้

1. ห้องผ่าตัดเล็ก
ใช้สำหรับหัตถการหรือการผ่าตัดขนาดเล็กที่ไม่เปิดเข้าสู่ช่องอวัยวะสำคัญ เช่น ช่องท้อง ช่องอก หรือสมอง โดยใช้เฉพาะยาชาเฉพาะที่ เหมาะสำหรับผู้ป่วยนอกที่สามารถกลับบ้านได้หลังทำหัตถการ
ข้อกำหนดหลัก
พื้นที่ใช้สอยสุทธิไม่น้อยกว่า 12 ตารางเมตร
ด้านที่แคบที่สุดกว้างไม่น้อยกว่า 3 เมตร
ไม่บังคับระบบแรงดันอากาศบวก
ไม่บังคับติดตั้ง HEPA Filter
ใช้ระบบปรับอากาศทั่วไปที่มีการหมุนเวียนอากาศเหมาะสมได้
ไม่บังคับมีห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด
ไม่บังคับติดตั้งระบบไฟฟ้า Isolated Power
2. ห้องผ่าตัดใหญ่ทั่วไป
ใช้สำหรับการผ่าตัดที่เปิดเข้าสู่อวัยวะภายใน และสามารถใช้การดมยาสลบหรือการระงับความรู้สึกเฉพาะส่วนได้ เช่น การผ่าตัดไส้ติ่ง ผ่าตัดคลอด หรือผ่าตัดกระดูก
ข้อกำหนดหลัก
พื้นที่ใช้งานไม่น้อยกว่า 24 ตารางเมตร
ขนาดที่นิยมใช้งานจริงประมาณ 6 × 6 เมตร หรือ 36 ตารางเมตร
ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานไม่น้อยกว่า 3 เมตร
ต้องมีระบบแรงดันอากาศบวก
อัตราการหมุนเวียนอากาศไม่น้อยกว่า 20 รอบต่อชั่วโมง
ต้องติดตั้ง HEPA Filter ประสิทธิภาพ 99.97%
ต้องมีระบบก๊าซทางการแพทย์
ต้องมีระบบไฟฟ้าแยกกราวด์หรือ Isolated Power System
พื้นที่สนับสนุนที่ต้องจัดเตรียม
ต้องมีห้องพักฟื้นหลังผ่าตัดแยกจากห้องผ่าตัด โดยจัดเตียงพักฟื้นประมาณ 1–2 เตียงต่อห้องผ่าตัดใหญ่ 1 ห้อง พร้อมระบบออกซิเจน ระบบดูดสุญญากาศ และอุปกรณ์เฝ้าระวังผู้ป่วย
3. ห้องผ่าตัดเฉพาะทางขั้นสูงหรือห้องผ่าตัดไฮบริด
ใช้สำหรับการผ่าตัดเฉพาะทางที่ต้องใช้เครื่องมือวินิจฉัยหรือเครื่องมือแพทย์ขนาดใหญ่ร่วมระหว่างการผ่าตัด เช่น ศูนย์หัวใจ ศูนย์สมอง ศูนย์หลอดเลือด หรือศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ
ภายในห้องอาจมีอุปกรณ์ เช่น เครื่องเอกซเรย์ เครื่อง C-Arm เครื่องสแกน หรือระบบนำทางการผ่าตัด
ข้อกำหนดหลัก
พื้นที่ประมาณ 48–60 ตารางเมตรขึ้นไป
ความสูงจากพื้นถึงฝ้าประมาณ 3–3.30 เมตรขึ้นไป
ต้องรองรับเครื่องมือแพทย์ขนาดใหญ่และบุคลากรจำนวนมาก
ต้องวางระบบไฟฟ้า ก๊าซทางการแพทย์ ระบบปรับอากาศ และโครงสร้างรับน้ำหนักให้เหมาะกับเครื่องมือเฉพาะทาง
ต้องมีพื้นที่ควบคุมรังสี หากมีการใช้เครื่องเอกซเรย์หรือ C-Arm
ต้องมีห้องควบคุมและพื้นที่สนับสนุนตามประเภทของเครื่องมือที่ติดตั้ง
หลักการออกแบบและจัดวางแผนกผ่าตัดภายในโรงพยาบาล

การเลือกตำแหน่งของแผนกผ่าตัดภายในโรงพยาบาล
แผนกผ่าตัดเป็นพื้นที่ควบคุมเฉพาะหรือ “ระบบปิด” จึงต้องแยกออกจากพื้นที่ทั่วไป และไม่ควรใช้เป็นทางผ่านไปยังแผนกอื่น ตำแหน่งของแผนกผ่าตัดควรอยู่ในจุดที่สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้รวดเร็ว โดยควรเชื่อมต่อโดยตรง หรือมีลิฟต์เฉพาะสำหรับรับส่งผู้ป่วยกับ 3 แผนกสำคัญ ได้แก่
แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (ER)
หอผู้ป่วยหนัก (ICU)
แผนกคลอด (LR)
เพื่อให้สามารถนำผู้ป่วยฉุกเฉินหรือผู้ป่วยวิกฤตเข้ารับการผ่าตัดได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
นอกจากนี้ แผนกผ่าตัดควรอยู่ใกล้หรือมีเส้นทางเชื่อมตรงกับหน่วยจ่ายกลาง (CSSD) เพื่อสะดวกต่อการขนส่งเครื่องมือปลอดเชื้อ รวมถึงควรอยู่ใกล้คลังยาและคลังเวชภัณฑ์ เพื่อให้สามารถนำยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์มาใช้ได้ทันเวลา
พื้นที่หลักภายในแผนกผ่าตัด

1. จุดรับ–ส่งผู้ป่วยและพื้นที่เปลี่ยนเตียง
เป็นจุดเปลี่ยนผู้ป่วยจากเตียงภายนอกมาเป็นเตียงสะอาดของแผนกผ่าตัด เพื่อลดการนำสิ่งสกปรกจากภายนอกเข้าสู่เขตควบคุม
มาตรฐานสำคัญ
ตั้งอยู่ใกล้ประตูทางเข้าแผนก
มีแนวกั้นหรือประตูกั้นระหว่างพื้นที่ภายนอกกับพื้นที่สะอาดอย่างชัดเจน
ต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับจอดและเคลื่อนย้ายเตียงโดยไม่กีดขวางทางเดิน
พื้นที่เปลี่ยนเตียงประมาณ 20 ตารางเมตร สำหรับรองรับเตียง 2 เตียง
2. จุดฟอกมือศัลยแพทย์
เป็นพื้นที่สำหรับแพทย์และพยาบาลฟอกมือก่อนเข้าสู่ห้องผ่าตัด โดยต้องอยู่ในเขตกึ่งปลอดเชื้อและเข้าถึงห้องผ่าตัดได้สะดวก
มาตรฐานสำคัญ
ใช้อ่างผิวเรียบ ไม่เป็นสนิม และทำความสะอาดง่าย
ก๊อกน้ำต้องเปิด–ปิดโดยไม่ใช้มือ เช่น ระบบเซนเซอร์ ศอก หรือเท้า
ควรมีอ่างฟอกมืออย่างน้อย 2 จุดต่อห้องผ่าตัด 1 ห้อง
ตำแหน่งอ่างต้องไม่กีดขวางทางเดิน และไม่ให้น้ำกระเด็นเข้าสู่พื้นที่สะอาด
3. พื้นที่เตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัด
ใช้สำหรับตรวจสอบตัวตนผู้ป่วย ตำแหน่งผ่าตัด เอกสารยินยอม ประวัติแพ้ยา สัญญาณชีพ และความพร้อมก่อนเข้าห้องผ่าตัด
มาตรฐานสำคัญ
อยู่ใกล้ห้องผ่าตัดและจุดทำงานของพยาบาล
จัดพื้นที่ประมาณ 7.5 ตารางเมตรต่อเตียง
มีพื้นที่รอบเตียงเพียงพอสำหรับเจ้าหน้าที่ รถเข็น และอุปกรณ์ฉุกเฉิน
จำนวนเตียงให้พิจารณาจากจำนวนห้องผ่าตัด ปริมาณผู้ป่วย และรูปแบบการให้บริการ
จัดเตรียมปลั๊กไฟสำรองและระบบก๊าซทางการแพทย์ตามระดับการดูแลผู้ป่วยและแผนวิสัญญี

4. ห้องผ่าตัดใหญ่ทั่วไป
เป็นพื้นที่ปลอดเชื้อสำหรับการผ่าตัดที่ใช้วิสัญญีและเครื่องมือช่วยชีวิต จึงต้องควบคุมโครงสร้าง อากาศ ไฟฟ้า และก๊าซทางการแพทย์อย่างเข้มงวด
มาตรฐานด้านพื้นที่
พื้นที่ไม่น้อยกว่า 25 ตารางเมตร
ด้านที่แคบที่สุดไม่น้อยกว่า 5 เมตร
ห้องผ่าตัดขนาดพิเศษอาจใช้พื้นที่ประมาณ 36–48 ตารางเมตร
ความสูงฝ้าเพดานไม่น้อยกว่า 3 เมตร
พื้น ผนัง และฝ้าต้องเรียบ รอยต่อน้อย ไม่ดูดซึมของเหลว ทนสารเคมี และทำความสะอาดง่าย
พื้นควรมีคุณสมบัติป้องกันไฟฟ้าสถิต
ต้องแยกทางนำของสกปรกออกจากทางเข้า–ออกหลักอย่างชัดเจน

5. ห้องเก็บเครื่องมือและเวชภัณฑ์ปราศจากเชื้อ
ใช้เก็บเครื่องมือและเวชภัณฑ์ที่ผ่านการทำให้ปราศจากเชื้อแล้ว ต้องแยกจากเครื่องมือใช้แล้วและพื้นที่ปนเปื้อนอย่างเด็ดขาด
มาตรฐานสำคัญ
ควบคุมอุณหภูมิประมาณ 18–24 องศาเซลเซียส
ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 40–60%
ห้องต้องสะอาด แห้ง และไม่มีความชื้นสะสม
ใช้ชั้นวางที่ไม่เป็นสนิม ไม่ดูดซึมความชื้น และทำความสะอาดง่าย
ไม่วางห่อเครื่องมือบนพื้นหรือชิดผนังจนทำความสะอาดไม่ได้
ตรวจสอบสภาพห่อ วันหมดอายุ และความเปียกชื้นก่อนนำไปใช้งาน
6. ห้องของใช้แล้วและพื้นที่คัดแยกสิ่งปนเปื้อน
เป็นพื้นที่รับเครื่องมือใช้แล้ว ผ้าเปื้อน และของเสียจากห้องผ่าตัด ก่อนส่งต่อไปยังหน่วยจ่ายกลางหรือระบบกำจัดของเสีย
มาตรฐานสำคัญ
แยกออกจากพื้นที่และเส้นทางสะอาดอย่างชัดเจน
มีทางนำสิ่งปนเปื้อนออกจากห้องผ่าตัดโดยไม่ผ่านทางเข้าผู้ป่วยและบุคลากร
มีอ่างล้างเครื่องมือที่เหมาะกับปริมาณงาน โดยคู่มือกองแบบแผนระบุอ่างล้าง 2 อ่างต่อชุด
มีพื้นที่แยกขยะติดเชื้อ ผ้าเปื้อน และอุปกรณ์ใช้แล้ว
ภาชนะขนส่งต้องปิดมิดชิด ไม่รั่วซึม และทำความสะอาดได้
ระบบระบายอากาศต้องไม่ทำให้อากาศหรือกลิ่นไหลย้อนเข้าสู่เขตสะอาด

7. ห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด
ใช้เฝ้าระวังผู้ป่วยหลังการดมยาสลบหรือระงับความรู้สึก ก่อนส่งกลับหอผู้ป่วยหรือ ICU
มาตรฐานสำคัญ
อยู่ใกล้ห้องผ่าตัดและสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้รวดเร็ว
จัดพื้นที่ประมาณ 9 ตารางเมตรต่อเตียง
มีระบบออกซิเจน Medical Air และ Vacuum พร้อมใช้งาน
มีปลั๊กไฟสำรองและอุปกรณ์ติดตามสัญญาณชีพประจำเตียง
Nurse Station ต้องมองเห็นและเข้าถึงผู้ป่วยได้สะดวก
มีพื้นที่รอบเตียงเพียงพอสำหรับการช่วยชีวิตและการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์
2. การแบ่งโซนควบคุมการติดเชื้อของแผนกห้องผ่าตัดโรงพยาบาล
แผนกผ่าตัดต้องแบ่งพื้นที่ตามระดับการควบคุมความสะอาดอย่างชัดเจนเป็น 4 เขต ดังนี้
1. เขตภายนอกหรือเขตไม่จำกัด
เป็นพื้นที่ที่บุคลากร ญาติ และผู้มาติดต่อสามารถเข้าถึงได้โดยใช้ชุดปกติจากภายนอก เช่น
โถงต้อนรับและประชาสัมพันธ์
จุดประสานงานและลงทะเบียน
ห้องให้คำปรึกษาญาติ
ห้องทำงานแพทย์หรือพยาบาลส่วนที่อยู่นอกเขตควบคุม
พื้นที่นี้ต้องแยกจากทางเดินภายในแผนกผ่าตัดอย่างชัดเจน
2.เขตเปลี่ยนผ่าน
เป็นจุดสกัดระหว่างภายนอกกับพื้นที่ควบคุม ประกอบด้วย
จุดรับ–ส่งและเปลี่ยนเปลผู้ป่วย
ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและล็อกเกอร์
จุดเปลี่ยนรองเท้า
จุดล้างมือก่อนเข้าสู่พื้นที่ควบคุม
เจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนจากชุดภายนอกเป็นชุดปฏิบัติงานในแผนกผ่าตัด พร้อมสวมหมวก หน้ากาก และรองเท้าเฉพาะพื้นที่ ผู้ป่วยต้องเปลี่ยนจากเปลภายนอกเป็นเปลสะอาดของแผนกผ่าตัดที่จุด Transfer Bay เพื่อลดการนำสิ่งสกปรกจากล้อเปลภายนอกเข้าสู่พื้นที่ควบคุม
3.เขตควบคุมหรือเขตสะอาดปานกลาง
เป็นพื้นที่สนับสนุนการผ่าตัดที่ต้องควบคุมบุคลากร การแต่งกาย และคุณภาพอากาศ เช่น
ทางเดินสะอาดภายในแผนก
พื้นที่พักรอผู้ป่วยก่อนผ่าตัด
ห้องเก็บเครื่องมือและเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อ
จุดฟอกมือศัลยแพทย์
ห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด
พื้นที่เตรียมอุปกรณ์ก่อนเข้าห้องผ่าตัด
บุคลากรต้องสวมชุด OR หมวกคลุมผม หน้ากาก และรองเท้าเฉพาะพื้นที่ตลอดเวลาที่อยู่ในเขตนี้
4.เขตจำกัดหรือเขตปลอดเชื้อสูงสุด
ภายในห้องผ่าตัด (Operating Room) ทุกห้อง และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำหัตถการปลอดเชื้อโดยตรง
ห้องผ่าตัดต้องควบคุมแรงดันอากาศให้เป็นบวกเมื่อเทียบกับพื้นที่โดยรอบ ประตูต้องปิดสนิทระหว่างผ่าตัด และบุคลากรที่เข้าร่วมผ่าตัดต้องผ่านการฟอกมือ สวมเสื้อคลุมผ่าตัดปลอดเชื้อ และถุงมือปลอดเชื้ออย่างถูกต้อง
มาตรฐานการออกแบบห้องผ่าตัดโรงพยาบาล

1. มาตรฐานขนาดและพื้นที่ห้อง
มาตรฐานขั้นต่ำ
พื้นที่ห้องไม่น้อยกว่า 24 ตารางเมตร
ด้านที่แคบที่สุดไม่น้อยกว่า 6 เมตร
ความสูงจากพื้นถึงฝ้าไม่น้อยกว่า 3 เมตร
ห้องหนึ่งรองรับเตียงผ่าตัด 1 เตียง
ต้องมีทางนำของใช้แล้วหรือของสกปรกออกจากห้อง แยกจากทางเข้าหลักอย่างชัดเจน

2. มาตรฐานประตูห้องผ่าตัด
ประตูต้องเปิดได้โดยไม่ต้องใช้มือสัมผัส เช่น ใช้แขนหรือลำตัวดัน หรือใช้ประตูบานเลื่อน พร้อมมีช่องมองเห็นภายในห้อง
ข้อกำหนดสำคัญ
ช่องเปิดประตูกว้างไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร
ประตูต้องปิดสนิทและมีช่องให้อากาศรั่วน้อยที่สุด
ควรมีซีลรอบบานเพื่อรักษาแรงดันอากาศภายในห้อง
ประตูหรือช่องส่งของใช้แล้วต้องกว้างไม่น้อยกว่า 0.70 เมตร
ประตูเลื่อนอัตโนมัติแบบปิดสนิทหรือระบบ Interlock สามารถเลือกใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกโครงการต้องติดตั้งเหมือนกันทั้งหมด

3. มาตรฐานพื้น ผนัง และฝ้า
วัสดุทุกส่วนต้องเน้นความสะอาด ลดการสะสมเชื้อ และทนต่อการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ
พื้น: ผิวเรียบ ไม่ลื่น ไม่ดูดซึมของเหลว ทนสารเคมี และป้องกันไฟฟ้าสถิต
ผนัง: เรียบ ไม่มีมุมคม รอยต่อน้อย ทนความชื้นและทำความสะอาดง่าย
ฝ้า: ทึบ เรียบ ไม่มีรูพรุน ไม่สะสมฝุ่น และทนความชื้น
รอยต่อพื้นกับผนังควรทำเป็นมุมโค้ง เพื่อไม่ให้เกิดซอกสะสมสิ่งสกปรก

4. มาตรฐานระบบปรับอากาศ
ระบบปรับอากาศเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมเชื้อและป้องกันอากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่ห้อง
มาตรฐานหลัก
ห้องต้องมีแรงดันอากาศสูงกว่าพื้นที่ข้างเคียงไม่น้อยกว่า 2.5 Pa
อากาศหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 20 รอบต่อชั่วโมง
เติมอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกไม่น้อยกว่า 4 รอบต่อชั่วโมง
ควบคุมอุณหภูมิได้ในช่วง 17–27°C
ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ 45–55%
ใช้แผ่นกรอง HEPA ประสิทธิภาพไม่น้อยกว่า 99.97% ที่อนุภาค 0.3 ไมครอน
ระดับความสะอาดของห้องไม่เกิน ISO Class 7
จ่ายลมจากเพดานและรับลมกลับบริเวณระดับต่ำ
ต้องมีเครื่องแสดงอุณหภูมิ ความชื้น และความดันของห้อง

5. มาตรฐานห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด
โรงพยาบาลที่มีห้องผ่าตัดใหญ่ต้องจัดให้มีห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยหลังได้รับยาระงับความรู้สึก
สัดส่วนมาตรฐาน
ห้องผ่าตัด 4 ห้องแรก: เตียงพักฟื้น 1 เตียงต่อห้องผ่าตัด 1 ห้อง
ตั้งแต่ห้องผ่าตัดห้องที่ 5 เป็นต้นไป: เตียงพักฟื้น 1 เตียงต่อห้องผ่าตัด 2 ห้อง
ตัวอย่าง โรงพยาบาลมีห้องผ่าตัด 3 ห้อง ต้องมีเตียงพักฟื้นอย่างน้อย 3 เตียง ส่วนโรงพยาบาลที่มีห้องผ่าตัด 6 ห้อง ต้องมีอย่างน้อย 5 เตียง แต่ละเตียงควรมีระบบออกซิเจน ระบบดูดสุญญากาศ ปลั๊กไฟสำรอง และเครื่องติดตามสัญญาณชีพ โดยจัด Nurse Station ให้พยาบาลมองเห็นและเข้าถึงผู้ป่วยได้สะดวก
บทสรุป
การออกแบบห้องผ่าตัดโรงพยาบาลต้องคำนึงถึงมาตรฐานด้านพื้นที่ การแบ่งโซนสะอาดและสกปรก เส้นทางการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย บุคลากร เครื่องมือ และของเสีย รวมถึงระบบปรับอากาศ ไฟฟ้าสำรอง ก๊าซทางการแพทย์ และห้องพักฟื้นหลังผ่าตัดอย่างครบถ้วน
การวางแผนที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มออกแบบ จะช่วยให้ห้องผ่าตัดใช้งานได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ควบคุมงบประมาณก่อสร้าง และลดปัญหาการแก้ไขแบบก่อนยื่นขออนุญาตเปิดโรงพยาบาล
หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการออกแบบห้องผ่าตัด การวางผังพื้นที่ หรือการขออนุญาตเปิดโรงพยาบาลให้ถูกต้องตามมาตรฐาน ติดต่อ Hosproject พร้อมให้คำแนะนำและดูแลคุณในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ ออกแบบ วางระบบ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมก่อนยื่นขออนุญาต
Line OA: @deccodesign
Tel: 093-424-1559 / 063-896-0577
.jpg)



ความคิดเห็น