top of page

สรุปมาตรฐานการออกแบบห้องผ่าตัดโรงพยาบาล ฉบับเข้าใจง่าย

  • รูปภาพนักเขียน: Decco develop
    Decco develop
  • 21 ก.ค.
  • ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา

สรุปมาตรฐานการออกแบบห้องผ่าตัดโรงพยาบาล

การออกแบบห้องผ่าตัดโรงพยาบาลต้องคำนึงถึงทั้งการใช้งาน ความปลอดภัย การควบคุมการติดเชื้อ และข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข ห้องผ่าตัดจำเป็นต้องมีองค์ประกอบและระบบต่าง ๆ ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้สามารถขอรับรองห้องผ่าตัดได้อย่างถูกต้อง ช่วยยืนยันคุณภาพ สุขอนามัย และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เข้ารับบริการ บทความนี้จึงรวบรวมหลักสำคัญที่ควรรู้ก่อนเริ่มออกแบบห้องผ่าตัดโรงพยาบาลให้รองรับการใช้งานจริงและสอดคล้องกับข้อกำหนดของสถานพยาบาล


ห้องผ่าตัดโรงพยาบาลมีกี่ประเภท มาตรฐานต่างกันอย่างไร

ตามเกณฑ์กฎหมายและมาตรฐานวิศวกรรมสถานพยาบาลของประเทศไทย ห้องผ่าตัดภายในโรงพยาบาลถูกจำแนกออกเป็น 2 ประเภทหลัก และ 1 ประเภทพิเศษ ดังนี้

ประเภทห้องผ่าตัดโรงพยาบาล

1. ห้องผ่าตัดเล็ก

ใช้สำหรับหัตถการหรือการผ่าตัดขนาดเล็กที่ไม่เปิดเข้าสู่ช่องอวัยวะสำคัญ เช่น ช่องท้อง ช่องอก หรือสมอง โดยใช้เฉพาะยาชาเฉพาะที่ เหมาะสำหรับผู้ป่วยนอกที่สามารถกลับบ้านได้หลังทำหัตถการ

ข้อกำหนดหลัก

  • พื้นที่ใช้สอยสุทธิไม่น้อยกว่า 12 ตารางเมตร

  • ด้านที่แคบที่สุดกว้างไม่น้อยกว่า 3 เมตร

  • ไม่บังคับระบบแรงดันอากาศบวก

  • ไม่บังคับติดตั้ง HEPA Filter

  • ใช้ระบบปรับอากาศทั่วไปที่มีการหมุนเวียนอากาศเหมาะสมได้

  • ไม่บังคับมีห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด

  • ไม่บังคับติดตั้งระบบไฟฟ้า Isolated Power


2. ห้องผ่าตัดใหญ่ทั่วไป

ใช้สำหรับการผ่าตัดที่เปิดเข้าสู่อวัยวะภายใน และสามารถใช้การดมยาสลบหรือการระงับความรู้สึกเฉพาะส่วนได้ เช่น การผ่าตัดไส้ติ่ง ผ่าตัดคลอด หรือผ่าตัดกระดูก

ข้อกำหนดหลัก

  • พื้นที่ใช้งานไม่น้อยกว่า 24 ตารางเมตร

  • ขนาดที่นิยมใช้งานจริงประมาณ 6 × 6 เมตร หรือ 36 ตารางเมตร

  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานไม่น้อยกว่า 3 เมตร

  • ต้องมีระบบแรงดันอากาศบวก

  • อัตราการหมุนเวียนอากาศไม่น้อยกว่า 20 รอบต่อชั่วโมง

  • ต้องติดตั้ง HEPA Filter ประสิทธิภาพ 99.97%

  • ต้องมีระบบก๊าซทางการแพทย์

  • ต้องมีระบบไฟฟ้าแยกกราวด์หรือ Isolated Power System

พื้นที่สนับสนุนที่ต้องจัดเตรียม

ต้องมีห้องพักฟื้นหลังผ่าตัดแยกจากห้องผ่าตัด โดยจัดเตียงพักฟื้นประมาณ 1–2 เตียงต่อห้องผ่าตัดใหญ่ 1 ห้อง พร้อมระบบออกซิเจน ระบบดูดสุญญากาศ และอุปกรณ์เฝ้าระวังผู้ป่วย


3. ห้องผ่าตัดเฉพาะทางขั้นสูงหรือห้องผ่าตัดไฮบริด

ใช้สำหรับการผ่าตัดเฉพาะทางที่ต้องใช้เครื่องมือวินิจฉัยหรือเครื่องมือแพทย์ขนาดใหญ่ร่วมระหว่างการผ่าตัด เช่น ศูนย์หัวใจ ศูนย์สมอง ศูนย์หลอดเลือด หรือศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ

ภายในห้องอาจมีอุปกรณ์ เช่น เครื่องเอกซเรย์ เครื่อง C-Arm เครื่องสแกน หรือระบบนำทางการผ่าตัด

ข้อกำหนดหลัก

  • พื้นที่ประมาณ 48–60 ตารางเมตรขึ้นไป

  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าประมาณ 3–3.30 เมตรขึ้นไป

  • ต้องรองรับเครื่องมือแพทย์ขนาดใหญ่และบุคลากรจำนวนมาก

  • ต้องวางระบบไฟฟ้า ก๊าซทางการแพทย์ ระบบปรับอากาศ และโครงสร้างรับน้ำหนักให้เหมาะกับเครื่องมือเฉพาะทาง

  • ต้องมีพื้นที่ควบคุมรังสี หากมีการใช้เครื่องเอกซเรย์หรือ C-Arm

  • ต้องมีห้องควบคุมและพื้นที่สนับสนุนตามประเภทของเครื่องมือที่ติดตั้ง



หลักการออกแบบและจัดวางแผนกผ่าตัดภายในโรงพยาบาล

แผนผังการจัดวางห้องผ่าตัดโรงพยาบาล

การเลือกตำแหน่งของแผนกผ่าตัดภายในโรงพยาบาล

แผนกผ่าตัดเป็นพื้นที่ควบคุมเฉพาะหรือ “ระบบปิด” จึงต้องแยกออกจากพื้นที่ทั่วไป และไม่ควรใช้เป็นทางผ่านไปยังแผนกอื่น ตำแหน่งของแผนกผ่าตัดควรอยู่ในจุดที่สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้รวดเร็ว โดยควรเชื่อมต่อโดยตรง หรือมีลิฟต์เฉพาะสำหรับรับส่งผู้ป่วยกับ 3 แผนกสำคัญ ได้แก่

  • แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (ER)

  • หอผู้ป่วยหนัก (ICU)

  • แผนกคลอด (LR)

เพื่อให้สามารถนำผู้ป่วยฉุกเฉินหรือผู้ป่วยวิกฤตเข้ารับการผ่าตัดได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

นอกจากนี้ แผนกผ่าตัดควรอยู่ใกล้หรือมีเส้นทางเชื่อมตรงกับหน่วยจ่ายกลาง (CSSD) เพื่อสะดวกต่อการขนส่งเครื่องมือปลอดเชื้อ รวมถึงควรอยู่ใกล้คลังยาและคลังเวชภัณฑ์ เพื่อให้สามารถนำยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์มาใช้ได้ทันเวลา


พื้นที่หลักภายในแผนกผ่าตัด

พื้นที่หลักในแผนกผ่าตัด

1. จุดรับ–ส่งผู้ป่วยและพื้นที่เปลี่ยนเตียง

เป็นจุดเปลี่ยนผู้ป่วยจากเตียงภายนอกมาเป็นเตียงสะอาดของแผนกผ่าตัด เพื่อลดการนำสิ่งสกปรกจากภายนอกเข้าสู่เขตควบคุม

มาตรฐานสำคัญ
  • ตั้งอยู่ใกล้ประตูทางเข้าแผนก

  • มีแนวกั้นหรือประตูกั้นระหว่างพื้นที่ภายนอกกับพื้นที่สะอาดอย่างชัดเจน

  • ต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับจอดและเคลื่อนย้ายเตียงโดยไม่กีดขวางทางเดิน

  • พื้นที่เปลี่ยนเตียงประมาณ 20 ตารางเมตร สำหรับรองรับเตียง 2 เตียง


2. จุดฟอกมือศัลยแพทย์

เป็นพื้นที่สำหรับแพทย์และพยาบาลฟอกมือก่อนเข้าสู่ห้องผ่าตัด โดยต้องอยู่ในเขตกึ่งปลอดเชื้อและเข้าถึงห้องผ่าตัดได้สะดวก

มาตรฐานสำคัญ
  • ใช้อ่างผิวเรียบ ไม่เป็นสนิม และทำความสะอาดง่าย

  • ก๊อกน้ำต้องเปิด–ปิดโดยไม่ใช้มือ เช่น ระบบเซนเซอร์ ศอก หรือเท้า

  • ควรมีอ่างฟอกมืออย่างน้อย 2 จุดต่อห้องผ่าตัด 1 ห้อง

  • ตำแหน่งอ่างต้องไม่กีดขวางทางเดิน และไม่ให้น้ำกระเด็นเข้าสู่พื้นที่สะอาด

3. พื้นที่เตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัด

ใช้สำหรับตรวจสอบตัวตนผู้ป่วย ตำแหน่งผ่าตัด เอกสารยินยอม ประวัติแพ้ยา สัญญาณชีพ และความพร้อมก่อนเข้าห้องผ่าตัด

มาตรฐานสำคัญ
  • อยู่ใกล้ห้องผ่าตัดและจุดทำงานของพยาบาล

  • จัดพื้นที่ประมาณ 7.5 ตารางเมตรต่อเตียง

  • มีพื้นที่รอบเตียงเพียงพอสำหรับเจ้าหน้าที่ รถเข็น และอุปกรณ์ฉุกเฉิน

  • จำนวนเตียงให้พิจารณาจากจำนวนห้องผ่าตัด ปริมาณผู้ป่วย และรูปแบบการให้บริการ

  • จัดเตรียมปลั๊กไฟสำรองและระบบก๊าซทางการแพทย์ตามระดับการดูแลผู้ป่วยและแผนวิสัญญี


มาตรฐานหารออกแบบห้องผ่าตัดโรงพยาบาล

4. ห้องผ่าตัดใหญ่ทั่วไป

เป็นพื้นที่ปลอดเชื้อสำหรับการผ่าตัดที่ใช้วิสัญญีและเครื่องมือช่วยชีวิต จึงต้องควบคุมโครงสร้าง อากาศ ไฟฟ้า และก๊าซทางการแพทย์อย่างเข้มงวด

มาตรฐานด้านพื้นที่
  • พื้นที่ไม่น้อยกว่า 25 ตารางเมตร

  • ด้านที่แคบที่สุดไม่น้อยกว่า 5 เมตร

  • ห้องผ่าตัดขนาดพิเศษอาจใช้พื้นที่ประมาณ 36–48 ตารางเมตร

  • ความสูงฝ้าเพดานไม่น้อยกว่า 3 เมตร

  • พื้น ผนัง และฝ้าต้องเรียบ รอยต่อน้อย ไม่ดูดซึมของเหลว ทนสารเคมี และทำความสะอาดง่าย

  • พื้นควรมีคุณสมบัติป้องกันไฟฟ้าสถิต

  • ต้องแยกทางนำของสกปรกออกจากทางเข้า–ออกหลักอย่างชัดเจน


โซนภายในห้องผ่าตัด

5. ห้องเก็บเครื่องมือและเวชภัณฑ์ปราศจากเชื้อ

ใช้เก็บเครื่องมือและเวชภัณฑ์ที่ผ่านการทำให้ปราศจากเชื้อแล้ว ต้องแยกจากเครื่องมือใช้แล้วและพื้นที่ปนเปื้อนอย่างเด็ดขาด

มาตรฐานสำคัญ
  • ควบคุมอุณหภูมิประมาณ 18–24 องศาเซลเซียส

  • ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 40–60%

  • ห้องต้องสะอาด แห้ง และไม่มีความชื้นสะสม

  • ใช้ชั้นวางที่ไม่เป็นสนิม ไม่ดูดซึมความชื้น และทำความสะอาดง่าย

  • ไม่วางห่อเครื่องมือบนพื้นหรือชิดผนังจนทำความสะอาดไม่ได้

  • ตรวจสอบสภาพห่อ วันหมดอายุ และความเปียกชื้นก่อนนำไปใช้งาน


6. ห้องของใช้แล้วและพื้นที่คัดแยกสิ่งปนเปื้อน

เป็นพื้นที่รับเครื่องมือใช้แล้ว ผ้าเปื้อน และของเสียจากห้องผ่าตัด ก่อนส่งต่อไปยังหน่วยจ่ายกลางหรือระบบกำจัดของเสีย

มาตรฐานสำคัญ
  • แยกออกจากพื้นที่และเส้นทางสะอาดอย่างชัดเจน

  • มีทางนำสิ่งปนเปื้อนออกจากห้องผ่าตัดโดยไม่ผ่านทางเข้าผู้ป่วยและบุคลากร

  • มีอ่างล้างเครื่องมือที่เหมาะกับปริมาณงาน โดยคู่มือกองแบบแผนระบุอ่างล้าง 2 อ่างต่อชุด

  • มีพื้นที่แยกขยะติดเชื้อ ผ้าเปื้อน และอุปกรณ์ใช้แล้ว

  • ภาชนะขนส่งต้องปิดมิดชิด ไม่รั่วซึม และทำความสะอาดได้

  • ระบบระบายอากาศต้องไม่ทำให้อากาศหรือกลิ่นไหลย้อนเข้าสู่เขตสะอาด


    ห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด

7. ห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด

ใช้เฝ้าระวังผู้ป่วยหลังการดมยาสลบหรือระงับความรู้สึก ก่อนส่งกลับหอผู้ป่วยหรือ ICU

มาตรฐานสำคัญ

  • อยู่ใกล้ห้องผ่าตัดและสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้รวดเร็ว

  • จัดพื้นที่ประมาณ 9 ตารางเมตรต่อเตียง

  • มีระบบออกซิเจน Medical Air และ Vacuum พร้อมใช้งาน

  • มีปลั๊กไฟสำรองและอุปกรณ์ติดตามสัญญาณชีพประจำเตียง

  • Nurse Station ต้องมองเห็นและเข้าถึงผู้ป่วยได้สะดวก

  • มีพื้นที่รอบเตียงเพียงพอสำหรับการช่วยชีวิตและการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์


2. การแบ่งโซนควบคุมการติดเชื้อของแผนกห้องผ่าตัดโรงพยาบาล

แผนกผ่าตัดต้องแบ่งพื้นที่ตามระดับการควบคุมความสะอาดอย่างชัดเจนเป็น 4 เขต ดังนี้

1. เขตภายนอกหรือเขตไม่จำกัด

เป็นพื้นที่ที่บุคลากร ญาติ และผู้มาติดต่อสามารถเข้าถึงได้โดยใช้ชุดปกติจากภายนอก เช่น

  • โถงต้อนรับและประชาสัมพันธ์

  • จุดประสานงานและลงทะเบียน

  • ห้องให้คำปรึกษาญาติ

  • ห้องทำงานแพทย์หรือพยาบาลส่วนที่อยู่นอกเขตควบคุม

พื้นที่นี้ต้องแยกจากทางเดินภายในแผนกผ่าตัดอย่างชัดเจน

2.เขตเปลี่ยนผ่าน

เป็นจุดสกัดระหว่างภายนอกกับพื้นที่ควบคุม ประกอบด้วย

  • จุดรับ–ส่งและเปลี่ยนเปลผู้ป่วย

  • ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและล็อกเกอร์

  • จุดเปลี่ยนรองเท้า

  • จุดล้างมือก่อนเข้าสู่พื้นที่ควบคุม

เจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนจากชุดภายนอกเป็นชุดปฏิบัติงานในแผนกผ่าตัด พร้อมสวมหมวก หน้ากาก และรองเท้าเฉพาะพื้นที่ ผู้ป่วยต้องเปลี่ยนจากเปลภายนอกเป็นเปลสะอาดของแผนกผ่าตัดที่จุด Transfer Bay เพื่อลดการนำสิ่งสกปรกจากล้อเปลภายนอกเข้าสู่พื้นที่ควบคุม


3.เขตควบคุมหรือเขตสะอาดปานกลาง

เป็นพื้นที่สนับสนุนการผ่าตัดที่ต้องควบคุมบุคลากร การแต่งกาย และคุณภาพอากาศ เช่น

  • ทางเดินสะอาดภายในแผนก

  • พื้นที่พักรอผู้ป่วยก่อนผ่าตัด

  • ห้องเก็บเครื่องมือและเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อ

  • จุดฟอกมือศัลยแพทย์

  • ห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด

  • พื้นที่เตรียมอุปกรณ์ก่อนเข้าห้องผ่าตัด

บุคลากรต้องสวมชุด OR หมวกคลุมผม หน้ากาก และรองเท้าเฉพาะพื้นที่ตลอดเวลาที่อยู่ในเขตนี้

4.เขตจำกัดหรือเขตปลอดเชื้อสูงสุด

 ภายในห้องผ่าตัด (Operating Room) ทุกห้อง และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำหัตถการปลอดเชื้อโดยตรง

ห้องผ่าตัดต้องควบคุมแรงดันอากาศให้เป็นบวกเมื่อเทียบกับพื้นที่โดยรอบ ประตูต้องปิดสนิทระหว่างผ่าตัด และบุคลากรที่เข้าร่วมผ่าตัดต้องผ่านการฟอกมือ สวมเสื้อคลุมผ่าตัดปลอดเชื้อ และถุงมือปลอดเชื้ออย่างถูกต้อง


มาตรฐานการออกแบบห้องผ่าตัดโรงพยาบาล

1. มาตรฐานขนาดและพื้นที่ห้อง

มาตรฐานขั้นต่ำ

  • พื้นที่ห้องไม่น้อยกว่า 24 ตารางเมตร

  • ด้านที่แคบที่สุดไม่น้อยกว่า 6 เมตร

  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าไม่น้อยกว่า 3 เมตร

  • ห้องหนึ่งรองรับเตียงผ่าตัด 1 เตียง

  • ต้องมีทางนำของใช้แล้วหรือของสกปรกออกจากห้อง แยกจากทางเข้าหลักอย่างชัดเจน

2. มาตรฐานประตูห้องผ่าตัด

ประตูต้องเปิดได้โดยไม่ต้องใช้มือสัมผัส เช่น ใช้แขนหรือลำตัวดัน หรือใช้ประตูบานเลื่อน พร้อมมีช่องมองเห็นภายในห้อง

ข้อกำหนดสำคัญ

  • ช่องเปิดประตูกว้างไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร

  • ประตูต้องปิดสนิทและมีช่องให้อากาศรั่วน้อยที่สุด

  • ควรมีซีลรอบบานเพื่อรักษาแรงดันอากาศภายในห้อง

  • ประตูหรือช่องส่งของใช้แล้วต้องกว้างไม่น้อยกว่า 0.70 เมตร 

ประตูเลื่อนอัตโนมัติแบบปิดสนิทหรือระบบ Interlock สามารถเลือกใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกโครงการต้องติดตั้งเหมือนกันทั้งหมด

3. มาตรฐานพื้น ผนัง และฝ้า

วัสดุทุกส่วนต้องเน้นความสะอาด ลดการสะสมเชื้อ และทนต่อการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ

  • พื้น: ผิวเรียบ ไม่ลื่น ไม่ดูดซึมของเหลว ทนสารเคมี และป้องกันไฟฟ้าสถิต

  • ผนัง: เรียบ ไม่มีมุมคม รอยต่อน้อย ทนความชื้นและทำความสะอาดง่าย

  • ฝ้า: ทึบ เรียบ ไม่มีรูพรุน ไม่สะสมฝุ่น และทนความชื้น

  • รอยต่อพื้นกับผนังควรทำเป็นมุมโค้ง เพื่อไม่ให้เกิดซอกสะสมสิ่งสกปรก

4. มาตรฐานระบบปรับอากาศ

ระบบปรับอากาศเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมเชื้อและป้องกันอากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่ห้อง

มาตรฐานหลัก

  • ห้องต้องมีแรงดันอากาศสูงกว่าพื้นที่ข้างเคียงไม่น้อยกว่า 2.5 Pa

  • อากาศหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 20 รอบต่อชั่วโมง

  • เติมอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกไม่น้อยกว่า 4 รอบต่อชั่วโมง

  • ควบคุมอุณหภูมิได้ในช่วง 17–27°C

  • ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ 45–55%

  • ใช้แผ่นกรอง HEPA ประสิทธิภาพไม่น้อยกว่า 99.97% ที่อนุภาค 0.3 ไมครอน

  • ระดับความสะอาดของห้องไม่เกิน ISO Class 7

  • จ่ายลมจากเพดานและรับลมกลับบริเวณระดับต่ำ

  • ต้องมีเครื่องแสดงอุณหภูมิ ความชื้น และความดันของห้อง


5. มาตรฐานห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด

โรงพยาบาลที่มีห้องผ่าตัดใหญ่ต้องจัดให้มีห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยหลังได้รับยาระงับความรู้สึก

สัดส่วนมาตรฐาน

  • ห้องผ่าตัด 4 ห้องแรก: เตียงพักฟื้น 1 เตียงต่อห้องผ่าตัด 1 ห้อง

  • ตั้งแต่ห้องผ่าตัดห้องที่ 5 เป็นต้นไป: เตียงพักฟื้น 1 เตียงต่อห้องผ่าตัด 2 ห้อง

ตัวอย่าง โรงพยาบาลมีห้องผ่าตัด 3 ห้อง ต้องมีเตียงพักฟื้นอย่างน้อย 3 เตียง ส่วนโรงพยาบาลที่มีห้องผ่าตัด 6 ห้อง ต้องมีอย่างน้อย 5 เตียง แต่ละเตียงควรมีระบบออกซิเจน ระบบดูดสุญญากาศ ปลั๊กไฟสำรอง และเครื่องติดตามสัญญาณชีพ โดยจัด Nurse Station ให้พยาบาลมองเห็นและเข้าถึงผู้ป่วยได้สะดวก


บทสรุป

การออกแบบห้องผ่าตัดโรงพยาบาลต้องคำนึงถึงมาตรฐานด้านพื้นที่ การแบ่งโซนสะอาดและสกปรก เส้นทางการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย บุคลากร เครื่องมือ และของเสีย รวมถึงระบบปรับอากาศ ไฟฟ้าสำรอง ก๊าซทางการแพทย์ และห้องพักฟื้นหลังผ่าตัดอย่างครบถ้วน

การวางแผนที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มออกแบบ จะช่วยให้ห้องผ่าตัดใช้งานได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ควบคุมงบประมาณก่อสร้าง และลดปัญหาการแก้ไขแบบก่อนยื่นขออนุญาตเปิดโรงพยาบาล


หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการออกแบบห้องผ่าตัด การวางผังพื้นที่ หรือการขออนุญาตเปิดโรงพยาบาลให้ถูกต้องตามมาตรฐาน ติดต่อ Hosproject พร้อมให้คำแนะนำและดูแลคุณในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ ออกแบบ วางระบบ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมก่อนยื่นขออนุญาต


Line OA: @deccodesign

Tel: 093-424-1559 / 063-896-0577




ความคิดเห็น


bottom of page